เปิดบริการ กระดานข่าว
|
เพื่อสังคมที่เปิดกว้าง ทางเราเปิดให้บริการข่าว ที่มีความสามารถที่หลากกหลาย เพื่อที่จะได้เป้นสถานที่เก็บรวมรวม และ บันทึกเเร่องราว ของเขาใหญ่ ลำพังเพียงแค่ผมและเพื่อนๆ ก็คงจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม่ค่อยจะมีเวลา มาปรับปรุง ข้อมูลกันซักเท่าไหร่ เพื่อความสะดวก ทางเราจะทะยอยลงรูปและเรื่องราว ผ่านทางกระดานข่าวนี้มากขึ้น คงจะได้เห็น เรื่องราว จากเรามากยิ่งขึ้น หากเป็นไปได้ เพียงหวังเล็กๆ ว่า เราคงได้ได้ข้อมูล และ เรื่องราว ของผู้ที่เคยสัมผัส กับเขาใหญ่แห่งนี้ มาร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งกันและกัน ไม่มากก็น้อย |
โครงการ เยาวชนผูกพัน แบ่งปัน ฉันและป่า
ปัจจุบันข่าวสารด้านการอนุรักษ์ได้แพร่กระจายเข้าสู่สถานศึกษา เยาวชนของประเทศเริ่มหันมาตระหนักและให้ความสนใจอย่างจริงจัง การปลูกฝังให้เยาวชนซึ่งจะเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ให้รับรู้แนวทางการอนุรักษ์อย่างถูกวิธีจากประสบการณ์ตรง จึงถือเป็นประโยชน์ด้านการอนุรักษ์อย่างมาก แต่ในสังคมปัจจุบันมีสิ่งเร้ามากมาย ทั้งแสงสี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ห้างสรรพสินค้า สถานที่บันเทิง จนบางครั้งทำให้เยาวชนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีแนวคิดด้านการอนุรักษ์ไม่เอาจริงเอาจังในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง การที่เราจะรวมกลุ่มเครือข่ายเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ หลายๆกลุ่มมาทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติ จึงถึงเป็นการปลุกกระตุ้น ให้เยาวชนมีจิตสำนึก ตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ และความสำคัญของการอนุรักษ์อย่างจริงจัง
โครงการเยาวชนผูกพัน แบ่งปัน ฉันและป่า ได้รับการพิจาณาคิดเลือก จากโครงการเยาวชนพันทาง พวกเราในนาม กลุ่มเยาวชนรักษ์เขาใหญ่นครนายก ผู้เสนอโครงการ จึงได้จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนผูกพัน แบ่งปัน ฉันและป่า ขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป
วัตถุประสงค์
1.เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนมีจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ
2.เพื่อศึกษาปัญหาต่างๆในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและบำรุงรักษาป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป
3.เพื่อศึกษาการใช้ชีวิต ตามแนวพระราชดำริ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’
4.เพื่อสร้างแนวร่วม กลุ่มเครือข่ายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติจากเยาวชน
เป้าหมาย
เยาวชน และผู้เข้าร่วมโครงการ ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องการเกี่ยวกับการพิทักษ์ทรัพยากรน้ำ และพร้อมที่จะเผยแพร่ต่อผู้อื่นต่อไป
ระยะเวลา
วันที่ 21-23 ตุลาคม 2550
สถานที่
บ้านกลางไพร ห้วย 2 คลองมะเดื่อ 123 หมู่ 1 ต. สาริกา อ. เมือง จ. นครนายก
ดูรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่
http://www.dek-d.com/activities/shownews.php?id=23283
ขอเชิญประชุมกลุ่มย่อย โครงการงานจ้างศึกษา Dam Break เขื่อนคลองมะเดื่อ นครนายก
ด้วยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะจัดให้มีการประชุมกลุ่มย่อย โครงการงานจ้างศึกษา Dam Break เขื่อนคลองมะเดื่อ จังหวัดนครนายก เพื่อให้ส่วนราชการในท้องถิ่น ได้รับทราบผลการศึกษาเบื้องต้น ด้านสิ่งแวดล้อมและมาตราการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรับฝังความคิดเห็นและรับข้อเสนอแนะของท้องถิ่นมาวิเคราะห์ ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เกิดความเหมาะสมสอดคล้องกับท้องถิ่นในภาพรวม
เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจต่อแนวทางการดำเนินงานโครงการ ตามแผนปฏิบัติงานด้านประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และ การมีส่วนร่วมของโครงการ จึงขอเรียนเชิญ เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย ในวันอังคารที่ 16 ตุลาคม 2550 เวลา 13:00 น - 16:00 น. ณ.วัดบ้านดง อำเภอเมือง จ. นครนายก
จึงเรียนมาเพื่อโปรดเข้าร่วมประชุม ในวัน เวลา และ สถานที่ดังกล่าวข้างต้นด้วย จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ขอแสดงความนับถือ
นายพรสวรรค์ สมศิริ
ผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพเฉพาะด้านวิศวกรรมโยธา(ด้านวางแผน) ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลงานที่ปรึกษาด้านวิชาการ โครงการศึกษา Dam Break เขื่อนคลองมะเดื่อ นครนายก
กำหนดการประชุม
13:00 - 13:30 ลงทะเบียน
13:30 - 14:00 กล่าวรายงาน / กล่าวเปิดการประชุม
14:00 - 15:00 ผลการศึกษา EIA และ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ
15:00 - 16:00 อภิปรายและตอบข้อซักถาม / สรุปผลและปิดการประชุม
เยือน น้ำตกเหวนรก ยามน้ำหลาก
8-9 กันยา 50 เพื่อนฝูงและน้องๆ แวะมาเยียมเยือนกันถึงบ้าน อยากจะไปเดินป่า ก็เลยจัดให้ เส้นทางน้ำตกเหวนรก เส้นทางเดินป่า สายท่าด่าน เหวนรก มีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยปู่ผม ยังแตะปีบ ดัง จนสมัยรุ่นพ่อ ที่ใช้เส้นทางสายนี้เดินไปทำงาน ก่อสร้างถนน บนเขาใหญ่ เส้นที่ใช้วิ่งกันอยู่ทุกวันนี้ ในอดีตสัตว์ป่ายังมีให้เห็นกันมากมาย ต่างไม่เกรงกลัว กันและกัน บางครั้งก็เผชิญหน้ากันให้เห็น ใครใหญ่กว่า ดุร้ายกว่า ก็คงอยู่ แต่มาวันนี้ เดินเขาไปในป่า สัตว์น้อยใหญ่ต่างก็ลบหน้า ไม่อยากจะเจอ กับ คน เสียเท่าไหร่ หนีได้หนีดีกว่า
คราวนี้เราเดินโดยใช้เส้นทางลัดเลาะไปตามไหลเขาเลียบคลองเหวนรก ได้ยินเสียงสายน้ำ ดังตลอดทาง ขึ้นเขาบ้าง ลงในหุบบาง เดินตามทางช้าง บ้าง ร่องรอยที่พบ มักจะมีแต่ช้างป่า ประมาณ 10 เชือกเห็นจะได้ ตามทางที่เราเดินไป เราใช้เวลาเดินลัดเลาะกันมาประมาณ 4 ชม. พักบ้าง หยุดบ้าง นานๆจะได้ออกกำลังหนักๆแบบนี้สักที เดินทางคราวนี้ ไม่ได้พกกล้องไปด้วย กล้องพัง ตกน้ำ ยังไม่ได้มีเวลา ส่งซ่อมเลย ระหว่างทางเดิน เห็ดสี โผล่ให้เห็น ตลอดเส้นทาง เราถึงน้ำตกปากคลองข้าวสาร ก็ประมาณเกือบ บ่าย 2 ซึ่งจากนี้ไป อาจจจะใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 ชม. ก็จะถึงเหวนรก เป้าหมายของเรา คือ วังไทรใหญ่ ตีนน้ำตกเหวนรก ชั้นล่างสุด เราเดินลัดเลาลงสู่ ลำคลองใหญ่ เพื่อที่จะเดินเลียบลำคลอง ไปยัง ตีนน้ำตกเหวนรก ลงมาถึงคลองใหญ่ ใจสลาย เห็นสายน้ำแคง ไหลเชี่ยวกลาก อยู่ข้างหน้า ไปต่อไม่ได้แล้ว สักครู่ นกเงือก สามตัว บินผ่านเราไป หากคืนนี้ฝนไม่ตก น้ำเปลี่ยนสี ไม่แดงอย่างที่เห็น เราจะไปกันต่อในวันพรุ่งนี้ เราเลยตั้งแคมป์ กันที่นี่ น้ำตกปากคลองข้าวสาร
เช้าวันใหม่ ท่ามกลางพงไพร และ เสียงสายน้ำ ที่ยังคงดุดัน ได้ยินตลอดทั้งคืน ตืนกันแต่เช้า หุงหาอาหาร กาแฟ ทานกัน เตรียมตัวลุยกันต่อ แต่สายน้ำยังไม่เปลี่ยนสี จึงเปลี่ยนใจไม่ไปต่อแล้ว แค่นี้ก็พอ โอกาสหน้าค่อยมาใหม่ เราพักผ่อนกันอย่างสยายๆ ในแคมป์ จนถึงเวลาเกือบ บ่ายสอง เราจึงได้เก็บแคมป์ เดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางเดินกลับ ห่างจากแคมป์ ไม่เท่าไหร เราพบ รอยเท้า เสือลายเมฆ หรือ เสือปลา ก็ไม่ทราบ ช่วงลำตัวประมาณ เมตร วนเวียนอยู่ไม่ห่างจากแคมป์เรา ที่น่าขำ ก็คือ ขนาดเสือ มีสีขา ยังเจอรอยเท้าเสือ ลื่นไถล ไปกับทางเดินที่ลื่นแฉะ สงสัยมันคงกลัวคน จนแข้งขาอ่อน
หิ่งห้อยแมลงมหัศจรรย์ ริมคลองมะเดื่อ
ในค่ำคืนหลังฝนตก โดยเฉพาะคืนข้างแรม แสงสว่างดวงเล็ก นับร้อยดวง กระจัดกระจายเป็นกลุ่มๆ เรียงราย ตามลำคลองมะเดื่อ เพิ่มแสงสีแห่งธรรมชาติ ในยามค่ำคืน
หิ่งห้อยเป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก อาศัยอยู่ตามใบไม้ เมื่อผสมพันธ์แล้วจะวางไข่ฟองเดี่ยว ตามดินหรือที่ชื้นแฉะ ไข่ฟัก เป็นตัวหนอนมี 4-5วัน เข้าดักแด้ และเป็นตัวเต็มวัย หิ่งห้อยมีชีวิตอยู่ 3-12 เดือน แล้วแต่ละชนิด หิ่งห้อยก็จะกะพริบแสงเพื่อสื่อหาคู่ ของมันมาผสมพันธ์ แสงของหิ่งห้อยเกิดจากกระบวนการทางเคมี ซึ่งมีสารลูวิเฟอรินทำปฏิกิริยากับออกซิเจน เช่น ปฏิกิริยาลูซิเฟอเรส และ ได้รับพลังงาน เอทีพี เป็นโปรตีนที่ให้พลังงานในเซลล์ หิ่งห้อยชอบอกหากินในเวลากลางคืน โดยบริเวณที่มีน้ำที่สะอาด ตัวหนอนของหิ่งห้อยอาศัยอยู่ในน้ำที่สะอาด หิ่งห้อยนี้ยังสามารถบอกความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้ด้วย หิ่งห้อยเรืองแสงได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย หิ่งห้อยกินสัตว์เล็กๆเป็นอาหาร แสงของหิ่งห้อยมีสีเขียวเหลือง หิ่งห้อยที่บินวอนตามพุ่มไม้เป็นหิ่งห้อยตัวผู้ ตัวเมียชอบเกาะนิ่งตามกิ่งไม้ใบไม้ หิ่งห้อยจะกะพริบแสงตลอด 24 ชั่วโมง หิ่งห้อยยังสามารถบอกถึงฤดูกาลได้อีกด้วย ยามหิ่งห้อยออกหากินคือยามโพล้เพล้แล้วพระอาทิตย์ตกดินเล็กน้อย หรือในคืนข้างแรม เราจะพบว่ามันกะพริบแสงเหมือนไฟต้นคริสต์มาส ในโลกเรามีหิ่งห้อยราว 2000 ชนิด ลำตัวหิ่งห้อย ยาว 2-25 มิลลิเมตร
เนื่องจากหิ่งห้อยกะพริบแสงโดยเกิดจากกระบวนการทางเคมี โดยในปล้องแสงของหิ่งห้อยมีสารลูซิเฟอริน ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน โดยมีสารเร่งปฏิกิริยาลูซิเฟอเรส รวมทั้งได้รับพลังงาน ATP ซึ่งเป็นโปรตีน ที่ให้พลังงานในเชลล์จึงเป็นแนวทางในการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของการลุกไหม้ต้องอาศัยออกซิเจนเป็นตัวช่วย แสงยังสามารถ ใช้เป็นตัวบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ หรือความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดีเพราะ ตามนิสัย ของหิ่งห้อยชอบอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ใกล้หนองน้ำ หรือลำธาร ที่เป็นน้ำใสสะอาด
จากการที่หิ่งห้อย ชอบอาศัยตามแหล่งน้ำที่สะอาด ในช่วงวัยที่เป็นหนอนหิ่งห้อย ทำให้หิ่งห้อยเป็นตัวที่บงบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ หรือ เสื่อมโทรมของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี
ผมต้องขออภัยนะครับที่กล้องของผมระบบโฟกัสในตอนกลางคืน นั้นไม่ค่อยจะดี เลยไม่ค่อยมีภาพตอนกลางคืนสักเท่าไหร่ครับ หากใครมีภาพหิ่งห้อยริมลำธารคลองมะเดื่อ นครนายก หากไม่เป็นการรบกวนช่วยส่งมาให้หน่อยก็จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
“ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ” บ้านของพ่อ โรงเรียนของเรา

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ที่จะมีเขื่อนขุนด่านปราการชล พื้นที่ดินผืนหนึ่ง ที่รกร้าง ทำการเกษตรอะไรก็ไม่ค่อยได้ผล ด้วยสายพระเนตร อันยาวไกล และเกรงว่าราษฎร จะขายที่ดินละทิ้งการเกษตร ที่ดิน จำนวน 14 ไร่ 2 งาน ที่พระองค์ท่านได้ให้คนสนิท ซื้อไว้ ในวันนั้น จนถึงวันนี้ "ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ" เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา และเป็นโครงการที่ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อเผยแพร่แนวพระราชดำริให้กว้างขวางและลึกซึ้ง โดยการแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ตลอดจนการสาธิตความเป็นอยู่ วิถีไทยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม เป็นสถานที่ รวบรวมข้อมูล และ กิจกรรมที่แสดงให้เห็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งแนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น จะเห็นว่าทรงมุ่งการพัฒนาด้วยการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพของ คน ดิน น้ำ ป่า อย่างเป็นระบบ โดยให้คน คือ เกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นแกน ตามแนวทางคนต้องอยู่ พึ่งพา และ ดูแลป่า ดิน น้ำ อย่างใกล้ชิด
เฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น ก็มีถึงกว่า 3,000 โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการถือกำเนิดมาจากพระอัจฉริยภาพ พระเมตตาคุณ พระกรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านได้พระราชทาน เพื่อเป็นแนวทาง ในการบำบัดปัดเป่า ความเดือดร้อน ของพสกนิกรชาวไทย ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ วันนี้ ศูนย์ภูมิรักษ์ เสร็จสมบูรณ์ และได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2549 โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา และจะนับได้ว่าเป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต" ให้ผู้สนใจได้ศึกษา ทดลอง และเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เข้าชมได้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเพลิดเพลิน นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดความรู้ โดยรู้จักการช่วยเหลือตนเอง ใช้ภูมิปัญญา และ ความคิดสร้างสรรค์ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ในแนวคิดการถ่ายทอด play + learn = เพลิน
ตลอดช่วงเวลา 2 ปี ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดความรู้ ทำให้ผม และ เกษตรกร จากทั่วทุกภาค เดินทาง มาศึกษาหาความรู้ จากที่นี่ ไม่ขาดสาย พื้นที่ ที่อาจจะดูไม่สวยงาม นักในสายตา ของนักท่องเที่ยว ทั่วไป แต่ทุกตารางนิ้วของที่นี่ ได้แผงไปด้วยแนวคิด และ ปรัชญา เศรษกิจพอเพียง ตามแนวทางคนต้องอยู่ พึ่งพา และ ดูแลป่า ดิน น้ำ
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ต. หินตั้ง อ. เมือง จ. นครนายก ห่างจากเขื่อนขุนด่านปราการชล เพียง 200 เมตร
ติดต่อ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
คุณ ปัญญา ปลิเวคินทร์
98/1 หมู่ 2 บ้านท่าด่าน ต. หินตั้ง อ. เมือง จ. นครนายก 26000
โทร. 08-1964-5915
เว็ปไซท์ http://www.bhumirak.com
กลุ่มป่าสร้างฝัน เขาใหญ่ นครนายก
วิถีพอเพียง ผูกพัน แบ่งปัน ชุมชน คน น้ำ ป่า
KHAOYAI.INFO
อ่าน เรื่องราว ของศูนย์ภูมิรักษ์ จาก อสท ฉบับ ที่ 38 ธันวาคม 2548
http://www.tat8.com/thai/handbook/ast_dec01.htm
โครงการ ฝายชะลอน้ำ คลองมะเดื่อ นครนายก
ช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2549 ภายหลังจากได้สำรวจพื้นที่ ต้นน้ำ คลองมะเดื่อ พบว่า ปีนี้ นำในลำธารเหลือน้อยกว่าปีก่อนๆ จึงตัดสินใจขนก้อนหิน ปิดการไหลของทางน้ำ ให้น้ำนั้นไหลช้าลง กลายเป็นฝายชะลอน้ำ จากหนึ่ง เป็นสอง ไปเรื่อย เล็กบ้างใหญ่บ้าง ทำไปเรื่อยประมาณ 7 ฝาย จวบจนวันหนึ่งกลุ่มเพื่อนฝูง จาก ชมรมคนแบกเป้ จะมาเที่ยวที่ บ้านกลางไพร ผมก็เลยเอยปากชวนกันไปทำฝาย และแล้ว เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จากชมรมคนแบกเป้ ก็ได้มาร่วมสร้างฝายชะลอน้ำกับเรา ทำไปทำมา แรงเหลือ วันนั้นพวกเรา จึงทำไป 2 ฝาย

ฝายคนแบกเป้ ที่ 1 สร้างเมื่อ 18 ก.พ. 2550

ฝายคนแบกเป้ ที่ 2 สร้างเมื่อ 18 ก.พ. 2550
ขอขอบคุณ พี่ๆน้องๆ ชมรม คนแบกเป้ ที่สละเวลา ร่วมแรงร่วมใจ มาช่วยกันทำฝายในครั้งนี้ ขอบคุณเป็นอย่างสูง
ปรับปรุงระบบใหม่ ใช้ Blog ดีกว่า
เพื่อสังคม ที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ทางเราได้ทำการปรับปรุงระบบใหม่ ให้ท่านสมาชิก ทั้งหลาย ได้ร่วมกัน ถ่ายทอดเรื่องราว ของ เขาใหญ่ ลำพังเพียงผมและเพื่อนๆ บางครั้งข้อมูลที่เรามี และ เวลา ที่ไม่ค่อยได้เอื้ออำนวย กันซักเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยได้ update ข้อมูล เท่าที่ควร หากเรามีเวลากัน ก็จะทะยอยลงเรื่องราว ต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้นนะครับ
หากท่านใดสนใจ ก็ ร่วมด้วยช่วยกันได้ครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กัน
กลุ่มป่าสร้างฝัน เขาใหญ่ นครนายก
โครงการฝายชะลอน้ำ
เพื่อรักษาความชุ่มชืนของผืนป่าและกักเก็บน้ำ ทางกลุ่มป่าสร้างฝัน ได้จัดทำฝายชะลอน้ำ ในต้นน้ำลำธาร 2 สาย
คลองบ่อ
คลองมะเดื่อ


และเพื่อสร้างความเข้าใจให้ถูกต้อง สำหรับ โครงการ ฝายชะลอน้ำ ที่ทางเราได้จัดทำ ขึ้นมานั้น มีวัตถุประสงค์ และ วิธีการก่อสร้าง เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ในระยะยาว ดังนี้
1. ฝายที่เราสร้างขึ้นมา เป็นฝายแบบไม่ถาวร ให้วัสดุจากธรรมชาติ เป็นหลัก สำหรับชะลอน้ำ ในหน้าแล้งเท่านั้น ไม่ได้สร้างเพื่อกักเก็บน้ำ การไหลของน้ำ ที่หน้าฝาย ยังมีน้ำไหลอยู่ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะซึมผ่านฝาย หรือ น้ำล้นข้ามฝาย
2. ระดับความสูงของตัวฝาย ไม่สูงมากนัก ระดับความสูงประมาณ 40 % ของความสูงของระดับน้ำสูงสุด ในลำคลองหรือลำห้วย สายน้ำยังสามารถไหลล้นผ่านฝายได้ ตลอดเวลา เพื่อยังรักษาระบบนิเวศน์ หน้าฝายไว้
3 ตัวฝายควรมีระดับความลาดชัน ประมาณ 20 - 45 องศา ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง ไม่ควรสร้างฝาย ที่มีหน้าตัด 90 องศา
4. การก่อสร้างจะสร้างเป็นช่วงๆ แบบ ขั้นบันได เป็นช่วงๆ ระยะขึ้นอยุ่กับพื้นที่ ประมาณ 50 - 200 เมตร
4 งบประมาณการก่อสร้างเราแทบจะไม่มี เพียงช่วยกันขนหิน ที่ระเกะ ระกะ อยุ่ตามลำคลอง มาจัดเรียงใหม่ เท่านั้น เป็นการออกกำลังกายไปในตัว หากไม่มีหิน เราก็จะใช้กระสอบทราย
5 หากหน้าน้ำ มีน้ำมา ฝายนี้ก็จะพังทลาย ลง (ช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำป่า ลงได้) หินที่ก่อเรียงตัวไว้ ก็จะพัง และ ไหลลงมาสู่ตัวฝาย ด้านล่าง ต่อไป
6. พอหมดหน้าน้ำป่า น้ำเกือบจะใกล้แห้ง เราก็หาเวลามาออกกำลังกาย มายกก้อนหินกลับไปเรียง เป็นฝายชะลอน้ำ ตามเดิม (ส่วนใหญ่แล้ว จะยังหลงเหลือ โครงสร้างเดิมอยู่บ้าง) ใช้เวลาก่อสร้าง ประมาณ 1-2 ชม. ต่อฝายเท่านั้น
7. ควรคำนึงถึง สัตว์น้ำ ที่อาศัยในลำคลองด้วยว่า สามารถเดินทางไปยังต้นน้ำได้หรือไม่ เพราะเราตั้งใจว่า “ในน้ำต้องมีปลา ในป่าต้องมีน้ำ ”
การสร้างฝายชะลอน้ำ ก่อนการก่อสร้างใดๆ ควรศึกษาระบบนิเวศน์ บริเวณโดยรอบ ระดับน้ำสูงสุด ว่ามีผลกระทบใดบ้าง
ลองศึกษา เรื่องนี้ก่อนนะครับ
http://www.siamensis.org/files/checkdam_stream.pdf
หากลองค้นหาจากเว็บ จะพบข้อมูล เกี่ยวกับการสร้าง มากมาย
ที่นี่ เป็นตัวอย่างที่ดี และเขาทำคู่มือ ได้ดีเลยครับ
http://www1.siamcement.com/pdf/BookDam_update.zip
แต่ควรเลือกการก่อสร้างฝายแบบไม่ถาวร หากลำคลองหรือลำห้วยใด มีน้ำท่าไหลมากตลอดทั้งปี จึงค่อยคิดที่จะทำแบบถาวร
ข้อดีและข้อเสีย ของการสร้างฝาย มีพอๆกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ การใช้งาน
หากต้องการข้อมูลเพื่มเติม หรือ ดูสถานที่จริง ท่านสามารถติดต่อเราได้ที่
กลุ่มป่าสร้างฝัน เขาใหญ่ นครนายก
โทร. 085-530-0371
วิถีพอเพียง ผูกพัน แบ่งปัน ชุมชน คน น้ำ ป่า
โครงการอื่นๆ ของเรา
http://www.khaoyai.info/blog/โครงการของเรา/
กลุ่มป่าสร้างฝัน เขาใหญ่ นครนายก
ผมไม่ใช่นักอนุรักษ์ !! เพียงแค่หวังว่า สักวัน ชุมชน และ ป่า จะอยู่กันได้อย่าง สอดคล้อง และ สมดุลย์
เขาใหญ่ ฝั่งนครนายก คือ กำแพงหลังบ้านของผม เป็นหลายสิ่ง หลายอย่างๆ ให้กับเรา ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง โรงเรียน ลูกผม ก็ เกือบจะติดเขต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ มรดกโลก เขาใหญ่ บ้านของเรา ก็อยู่ในอ้อมกอดของเขาใหญ่ เราได้รับ อิทธิพล จากผืนป่าแห่งนี้ บางครั้ง เราก็ทำมาหากิน ก็ใช้เขาใหญ่ มองเห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของ เขาใหญ่ ตั้งแต่เด็ก จนถึง ปัจจุบัน ผืนป่าที่กว้างใหญ่ จวบจนป่านนี้ ยังเดินไม่หมด เที่ยวไม่ทั่ว ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเปิดเว็ปไซท์ นี้ขึ้นมา เพื่อเก็บบันทึก เรื่องราว ของ เขาใหญ่ กำแพงบ้านของเรา ให้หลายคน ได้รู้จัก มากยิ่งขึ้น อย่างน้อย ก็เพียงอยากจะบอกว่า สถานที่แห่งนี้ มีอะไรบ้าง ที่เราควรจะเก็บรักษาไว้ แล้วเราจะทำอย่างไร ต่อไป เพื่อให้เขาใหญ่แห่งนี้ อยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน …
24 เมษายน 2549 โครงการ ป่าสร้างฝัน เกิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน ภายหลังที่ได้พูดคุย สนทนาตามประสา เพื่อนฝูง ที่แวะมาเยียมเยือน อยากให้เด็กๆ ได้รู้จัก ธรรมชาติ จุดเริ่มต้น จากครอบครัวเล็กๆของผม ไปสู่ครอบครัวเพื่อนฝูง วันนี้เราขยายวงไปอีกก้าวหนึ่ง ไปสู่ครอบครัว อื่นๆ ที่แวะเวียน มาสัมผัสธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สวยงาม
ด้วยเหตุนี้ เราพยายาม สร้างจุดศูนย์กลาง ของเราในแต่ละชุมชน รอบๆ เขาใหญ่ฝั่งนครนายก ร่วมเป็นเครือข่ายซึ่งกันและกัน ตลอดจนเป็นสถานที่ สำหรับ สร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติ ถ้อยที ถ้อยอาศัย กันระหว่าง ชุมชนและป่า จุดเริ่มต้นของการปรับตัว เรียนรู้ เรื่องราวของธรรมชาติ และ ป่าเขาใหญ่ ฝั่งนครนายก
จากอดีตถึงปัจจุบัน เราพยายามปลูกต้นไม้ รักษาลำธาร ให้ใสสะอาด ทำให้พื้นที่รอบๆบ้านเรา ได้มีสภาพใกล้เคียงกับพืนป่า เราพยายามที่จะปลูกป่าในใจคน เพื่อที่จะได้กลับไปปลูกป่าที่บ้าน หรือ พื้นที่ของตน ด้วยสองมือ มันอาจจะทำอะไรได้ไม่มากนัก แต่สักวันหนึ่ง ชุมชนและป่า คงจะอยู่ได้อย่างสอดคล้องและสมดุลย์ ชุมชนมีรายได้ จากการท่องเที่ยว การค้าขายสินค้าเกษตร นักท่องเที่ยวก็มีความสุข กับการได้ใช้ชีวิต ในวันหยุดพักผ่อน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป แล้วผลลัพท์ก็กลับคืนสู่ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รอบๆชุมชน
เราอยู่กับชุมชน เรามองเห็นปัญหาของชาวบ้าน เรามีรายได้ เรามีงานทำ หากชาวบ้านไม่มีงาน ไม่มีรายได้ เขาก็เข้าป่า หาของป่า หาเพื่อพออยู่พอกิน ยังไม่เท่าไหร่ เสียหายน้อยหน่อย แต่หาเพื่อการค้า ปลดหนี้สินแล้ว ต้องหาให้มากขึ้น จะได้เงินมากขึ้น อันนี้เสียหายมาก
คุณไม่ต้องบริจาค สิ่งของใดๆ เพื่อช่วยเหลือพวกเขาหรอกครับ เพียงคุณอุดหนุน พวกเขาหน่อย ใครมีสินค้าจากสวนมาขาย ก็อุดหนุนหน่อย หากเป็นของป่าก็อย่าไปอุดหนุนก็แล้วกัน ไม่มีคนซื้อ เขาก็ไม่เอามาขาย ใครไม่มีสวน ไม่มีสินค้า มาขาย มีแรง แรงงานก็อุดหนุนเขาได้ ให้เขาพาเที่ยว พาชม ที่นู้นที่นี่ ให้ค่าแรงเขาไป แค่นี้เขาก็มีรายได้ ครอบครัวก็มีรายได้ หากเขารู้ว่าป่าสร้างรายได้จากเขา จากการได้พาเที่ยวชม เขาก็ดูแลรักษาป่า ของเขาเอง พาไปชมที่ ที่มีกล้วยไม้ออกดอก ดีกว่า ตัดกล้วยไม่มาขาย
ในส่วนตัวนักท่องเที่ยวเองก็ควรจะมีจิตสำนึก ในการดูแลธรรมชาติ บ้าง ไม่ควรเห็นแก่ตัวกันจนเกินไป ไม่อุดหนุนกันชาวบ้านเขาก็ไม่ว่า แต่ถ้ามาสร้างความเดือนร้อนกัน ผมเชื่อว่าหากวันใด ชุมชนเข็มแข็งขึ้นมา ย่อมมีกำลัง เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย เมื่อถึงวันนั้น บทเรียนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไร้จิตสำนึก ก็จะคงมีค่าที่สูงขึ้น
วันนี้เรามีเพื่อน เรามีชุมชน ที่รายล้อมรอบๆเขาใหญ่ ร่วมเป็นเครือข่ายซึ่งกันและกัน เป็นกำแพงแห่งความพอดี และ พอเพียง ระหว่างชุมชน และ ป่า เพียงเพื่อหวังว่า พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่สีเขียว จะข้ามล้น ไปสู่ ชุมชนเมือง ได้บ้าง
วิถีพอเพียง ผูกพัน แบ่งปัน ชุมชน คน น้ำ ป่า
นาวี ผาจันทร์
ป่าสร้างฝัน เขาใหญ่ นครนายก
